จดทะเบียน
เปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท

การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัทในประเทศไทย สามารถทำได้ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการทำ เช่น การเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท ที่อยู่ หรือข้อมูลอื่นๆ ของบริษัท โดยขั้นตอนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัทมีดังนี้

ขั้นตอนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท

1. เตรียมเอกสารที่จำเป็น

  • เอกสารของผู้ถือหุ้น เช่น สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (Certificate of Incorporation)
  • สำเนาใบประชุมหรือมติของคณะกรรมการบริษัท (หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ)
  • ใบเปลี่ยนแปลงรายละเอียด เช่น ที่อยู่ หรือชื่อบริษัท

2. การยื่นคำขอ

  • ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือที่สำนักงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในพื้นที่ที่จดทะเบียนบริษัท
  • หากการเปลี่ยนแปลงนั้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่อยู่บริษัท, การเพิ่มหรือลดทุน, หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท จำเป็นต้องมีมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

3. การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในทะเบียนการค้า

  • การเปลี่ยนแปลงข้อมูลต้องดำเนินการภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือข้อมูลอื่น ๆ
  • เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะได้รับ หนังสือรับรองการเปลี่ยนแปลง จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

4. การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงในระบบภาษี

  • หากการเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษี (เช่น การเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือชื่อบริษัท) ควรแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับกรมสรรพากรด้วย เพื่อให้ข้อมูลทางภาษีสอดคล้องกับข้อมูลที่จดทะเบียนใหม่

ตัวอย่างกรณีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สามารถจดทะเบียนได้

  • การเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท: หากชื่อบริษัทใหม่ไม่ซ้ำกับชื่อที่จดทะเบียนอยู่
  • การเปลี่ยนแปลงที่อยู่บริษัท: การย้ายสถานที่ตั้งสำนักงาน
  • การเพิ่มหรือลดทุนจดทะเบียน: การเพิ่มทุนหรือการลดทุนของบริษัท
  • การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท: การแต่งตั้งหรือลาออกของกรรมการบริษัท

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องแจ้งทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และกรมสรรพากร ภายใน 15 วันหลังจากมีการเปลี่ยนแปลง หากบริษัทจด VAT ไว้ ต้องแจ้งสรรพากรทุกครั้ง

ต้องใช้เอกสาร เช่น แบบ บอจ.1, บอจ.4, แบบคำรับรองการจดทะเบียน, สำเนาบัตรกรรมการ, แผนที่ตั้งสำนักงาน และหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) โดยไม่ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้น

ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติพิเศษ พร้อมจัดส่งหนังสือนัดประชุม และโฆษณานัดประชุมตามกฎหมาย มติที่ประชุมต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า ¾ ของผู้ถือหุ้นทั้งหมด

บริษัทที่อยู่ในกรุงเทพฯ ยื่นได้ที่กรมพัฒน์ฯ สนามบินน้ำ หรือเขต 1–6 ส่วนบริษัทในต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือผ่านระบบ e-Registration บนเว็บไซต์กรมพัฒน์ฯ

เป็นเอกสารสำคัญในการจัดตั้งบริษัท โดยจะระบุรายละเอียดหลักของบริษัท เช่น ชื่อบริษัท ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ และทุนจดทะเบียน ซึ่งต้องใช้ในการจดทะเบียนกับกรมพัฒน์ฯ

ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการกับกรมพัฒน์ฯ ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติเปลี่ยนกรรมการ และแจ้งกรมสรรพากรหากมีกรรมการเป็นผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท

ต้องยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และแจ้งกรมสรรพากรเพื่อเปลี่ยนข้อมูลในระบบภาษี รวมถึงเปลี่ยนตรายาง ใบกำกับภาษี และเอกสารสำคัญต่าง ๆ

ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติพิเศษ และจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์กับกรมพัฒน์ฯ โดยแนบแบบคำขอ หนังสือนัดประชุม และมติผู้ถือหุ้น

ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติ เพิ่มทุนโดยออกหุ้นใหม่ พร้อมยื่นแบบการเพิ่มทุนกับกรมพัฒน์ฯ และแจ้งสรรพากรหลังจัดสรรหุ้นเรียบร้อยแล้ว

ต้องดำเนินการด้วยมติพิเศษจากผู้ถือหุ้น และโฆษณาให้เจ้าหนี้สามารถคัดค้านได้ หากไม่มีผู้คัดค้าน จึงจะจดทะเบียนลดทุนกับกรมพัฒน์ฯ ได้

ต้องแจ้งกรมพัฒน์ฯ โดยการยื่นแบบ บอจ.5 ภายใน 14 วัน หลังการเปลี่ยนแปลง และจัดทำทะเบียนผู้ถือหุ้นฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง

ส่งผลต่อการลงนามเอกสารของบริษัท ต้องแจ้งเปลี่ยนกับกรมพัฒน์ฯ และสรรพากร เพื่อปรับอำนาจในระบบ และเอกสารทางภาษี

สามารถทำได้หากบ้านหลังดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นสถานประกอบการ และมีหลักฐานยืนยันที่อยู่ เช่น สัญญาเช่า หรือใบอนุญาตจากเจ้าบ้าน

ได้เลย! เรามีบริการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัทครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา → จัดทำเอกสาร → ยื่นจดแทนคุณ ประหยัดเวลา ไม่ต้องงงกับระบบออนไลน์ของ DBD

เรารับดูแลครบทุกประเภท ทั้งเปลี่ยนกรรมการ เพิ่มทุน ย้ายที่อยู่บริษัท จดเลิกกิจการ พร้อมให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี

ติดต่อเรา